Wednesday, July 1, 2015

ช่วงเวลาเหมาะออกกำลังกายของน้องหมาในหน้าร้อน 2

เลือกวิธีออกกำลังกายให้เหมาะสมกับน้องหมา

     ก่อนที่ผู้เลี้ยงจะพาน้องหมาไปออกกำลังกาย ผู้เลี้ยงควรประเมินน้องหมาของตัวเองก่อนว่าน้องหมาของผู้เลี้ยงมีกำลังที่จะออกกำลังกายได้มากน้อยแค่ไหน และในหน้าร้อนผู้เลี้ยงก็ควรเลือกวิธีการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับน้องหมาแต่ละตัวด้วยค่ะ

     สำหรับผู้เลี้ยงที่มีน้องหมาเด็กอายุไม่ถึง 1 ปี อาจจะพาน้องหมาไปออกกำลังกายเบาๆ เช่น พาไปวิ่งในสวนสาธารณะอาจจะเป็นกิจกรรมเบาๆ อย่างเช่น พาน้องหมาไปวิ่งเล่นในสนามหญ้าตามสวนสาธารณะประมาณครึ่งชั่วโมง พร้อมกับฝึกทักษะด้วยการให้เล่นของเล่นที่เสริมสร้างพัฒนาการในแต่ละด้าน

     ส่วนน้องหมาวัยรุ่นที่อายุประมาณ 1-4 ปี เป็นน้องหมาที่มีพลังงานล้นเหลืออาจจะเลือกวิธีพาไปวิ่งเล่นเหมือนกันแต่อาจจะใช้เวลานานกว่าน้องหมาเด็กเล็กน้อย หรืออาจจะหาของเล่น เช่น ให้เก็บลูกบอลหรือจานร่อนก็ได้ค่ะ

     และสุดท้ายสำหรับน้องหมาแก่ที่มักจะมีปัญหาเรื่องข้อกระดูกที่ส่วนมากมักเดินได้ลำบาก ผู้เลี้ยงอาจจะหาเกมส์ให้น้องหมาเล่น หรืออาจจะใช้วิธีเรียกและสั่งคำสั่งเพื่อเป็นการกระตุ้นความจำ พาน้องหมาไปว่ายน้ำ (อย่าลืมสวมเสื้อชูชีพให้น้องหมาด้วย ^^” ) หรือพาน้องหมาไปเดินออกกำลังกายในสวนสาธารณะ โดยให้น้องหมาเดินในระยะทางสั้นๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการเดินออกกำลังกายจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อต่างๆ ได้สัดส่วนแข็งแรงขึ้น แถมยังช่วยให้น้องหมาได้ออกมาเปิดหูเปิดตาเจอสังคมภายนอก จะช่วยให้น้องหมามีสุขภาพจิตดีด้วยค่ะ  To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To   ข้อสำคัญหากน้องหมาของผู้เลี้ยงมีประวัติเกี่ยวกับปัญหาทางด้านสุขภาพ ผู้เลี้ยงก็ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการออกกำลังกายที่เหมาะสมก่อนนะคะ

     ก่อนพาน้องหมาออกไปนอกบ้าน อย่าลืมใส่สายจูงให้น้องหมาทุกครั้งเพื่อเป็นการป้องกันน้องหมาหลง และป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับน้องหมาของเรา และน้องหมาของผู้เลี้ยงคนอื่นๆ ด้วยนะค่ะ ...

หยุดกิจกรรมเมื่อพบอาการเหล่านี้ !!

     เมื่อน้องหมาของผู้เลี้ยงออกกำลังกายได้สักระยะหนึ่ง ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องสังเกตน้องหมาของผู้เลี้ยงว่ามีอาการผิดปกติอะไรเกิดขึ้นกันน้องหมาบ้างหรือเปล่า  โดยเฉพาะน้องหมาแก่ น้องหมาหน้าสั้นอย่าง ปั๊ก ปักกิ่ง ชิสุ เฟรนช์บูลด็อก ฯลฯ หรือน้องหมาที่มีสีขนเข้ม เช่น สีดำ สีเทา เป็นน้องหมาผู้เลี้ยงอาจจะต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อยนะคะ เพราะว่าน้องหมาที่มีสีขนเข้มนั้นจะสามารถดูซับ และเก็บกักความร้อนไว้ในร่างกายได้เป็นอย่างดี  ซึ่งน้องหมาที่มีสีขนเข้มเหล่านี้มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ได้ง่ายกว่าน้องหมาที่มีสีขนอ่อน เช่น สีขาว ค่ะ ส่วนน้องหมาหน้าสั้นจะมีปัญหาเรื่องระบบการหายใจ หากให้น้องหมาออกกำลังกายมากเกินไปน้องหมาอาจเกิดอาการหายใจไม่ทัน และอาจเกิดอาการฮีทสโตรกได้เช่นกันค่ะ

     ทางที่ดีผู้เลี้ยงควรจัดตารางเวลาการออกกำลังให้เหมาะสมกับน้องหมาแต่ละตัว โดยพื้นฐานแล้ว ไม่ควรให้น้องหมาออกกำลังกายหักโหมเกินไป เพราะน้องหมาก็อาจจะอาการฮีทสโตรกที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถสังเกตอาการระยะเริ่มต้นของอาการฮีทสโตรกได้ดังนี้ค่ะ

-    ลิ้นแดงจัด หรือมีสีม่วง
-    น้ำลายไหลมากผิดปกติ
-    มีเสียงวี๊ดๆ จากลมหายใจ มีอาการหอบเหนื่อย
-    อาเจียนและท้องเสีย
-    ชักหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ

     หากน้องหมาของผู้เลี้ยงเริ่มมีอาการเหล่านี้ ให้ผู้เลี้ยงหยุดกิจกรรม การออกกำลังกายนั้นทันทีเพราะอาการเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) โดยผู้เลี้ยงควรให้น้องหมาหยุดพักจากกิจกรรมที่กำลังทำอยู่   To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To To  ให้น้องหมากินน้ำบ่อยๆ เพื่อช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ แต่ไม่ควรให้กินน้ำเย็นจัดในขณะที่อุณหภูมิในร่างกายสูง เพราะอาจทำให้ช็อคได้ค่ะ

     แต่ถ้าหากน้องหมาของของผู้เลี้ยงเกิดอาการฮีทสโตรกขึ้นแล้ว วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ผู้เลี้ยงควรทำคือ ควรพ่นน้ำให้น้องหมา หรือใช้ผ้าชุบน้ำชโลมตัวน้องหมาให้ชุ่ม แล้วรีบนำตัวส่งไปรักษากับสัตวแพทย์ในทันที ซึ่งสัตวแพทย์ก็จะรักษาโดยให้สารน้ำแก่น้องหมาเพื่อลดภาวะขาดน้ำ และรักษาน้องหมาไปตามระบบต่างๆ ที่น้องหมาแสดงอาการผิดปกติจากอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นค่ะ

     ในหน้าร้อน เรื่องของการออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้จริงๆ ค่ะ เพื่อนๆ ก็อย่าลืมปรับเปลี่ยนช่วงเวลา และใส่ใจน้องหมาอย่างใกล้ชิดกันด้วยนะคะ เพื่อให้น้องหมา น้องหมาจะได้มีสุขภาพดี และผ่านหน้าร้อนนี้ไปได้ง่ายๆ นะคะ ^^”

ช่วงเวลาเหมาะออกกำลังกายของน้องหมาในหน้าร้อน

อากาศร้อนๆ แบบนี้ หากผู้เลี้ยงสังเกตน้องหมากันดีๆ จะพบว่าน้องหมาที่บ้านมักจะนอนอุตุอยู่เฉยๆ ไม่ค่อยเดิน หรือขยับตัวไปไหน ทำให้พลังงานสะสมและอาจทำให้น้องหมาอ้วนได้ ฉะนั้น การออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในหน้าร้อนค่ะ ... แต่ว่าการออกกำลังในหน้าร้อนก็มีข้อกำจัดเรื่องเวลาที่ผู้เลี้ยงไม่ควรมองข้ามอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะหากพาน้องหมาไปออกกำลังกายผิดเวลา ก็อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับน้องหมาได้ เช่น เป็นโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ได้ค่ะ ...  แทนที่จะได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็อาจจะทำให้น้องหมาเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เลยล่ะ

      วันนี้ “เทคนิคการเลี้ยงการดูแล” ปังปอนด์เลยจะมาแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกายของน้องหมาในหน้าร้อน พร้อมทั้งเคล็บลับการออกกำลังกายที่เหมาะกับน้องหมากันค่ะ ^^"

การออกกำลังกายในหน้าร้อนสำคัญกับน้องหมาอย่างไร?

     การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่ว่าจะหน้าร้อน หรือหน้าหนาวก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ยิ่งในหน้าร้อนแบบนี้น้องหมามักจะใช้เวลาส่วนมากไปกับการนอน ไม่ค่อยเคลื่อนที่ไปไหน ซึ่งสาเหตุที่น้องหมาชอบนอนนิ่งๆ ไม่เคลื่อนที่ไปไหนเป็นเพราะสภาพอากาศร้อน ทำให้ร่างกายน้องหมาอ่อนเพลีย การเดินมากๆ หรือการเคลื่อนไหวจึงทำให้น้องหมาสูญเสียพลังงานและทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น น้องหมาจึงเลือกที่จะนอนเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย ซึ่งน้องหมาบางตัวที่ทนความร้อนจากสภาพอากาศไม่ไหว ก็อาจจะลงไปนอนแช่น้ำในอ่างบัว อ่างปลาเหมือนกับที่เราเห็นกันจนชินตานั่นแหละค่ะ ^^”

     ในหน้าร้อนน้องหมาบางบ้านอาจจะกินอาหารได้น้อยลง แต่สำหรับน้องหมาที่กินอาหารได้ตามปกติ แล้วนอนอยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ได้เดิน หรือไม่ได้เผาผลาญพลังงาน อาหารน้องหมากินเข้าไปก็จะสะสมในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดเป็นไขมันส่วนเกินและทำให้น้องหมาเป็นโรคอ้วนในที่สุดค่ะ

     ฉะนั้น การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ดีที่สุด ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างให้น้องหมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง  ตื่นตัว ไม่เซื่องซึม และไม่อ้วนในหน้าร้อนแล้ว ตัวผู้เลี้ยงเองก็เหมือนได้ออกกำลังกายไปด้วย และที่สำคัญคือ  No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No   การออกกำลังกายยังเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผู้เลี้ยงและน้องหมามีความใกล้ชิดกันมากขึ้น จะช่วยทำให้น้องหมามีสุขภาพจิตดีด้วยค่ะ

ปรับเปลี่ยนเวลาการออกกำลังกาย

     ในช่วงหน้าร้อนผู้เลี้ยงควรปรับเปลี่ยนช่วงเวลาการพาน้องหมาไปออกกำลังกาย โดยผู้เลี้ยงอาจจะเปลี่ยนเวลาจากเวลาปกติที่เคยพาน้องหมาไปออกกำลังกายในช่วงเวลาบ่าย ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นช่วงเช้า 6.00 น. - 7.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นแล้วแต่แดดยังไม่แรงค่ะ หรืออาจจะเป็นตอนเย็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ประมาณ 17.40 น. ที่ถือว่าเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกายในช่วงหน้าร้อนเพราะว่าอากาศในช่วงนี้จะเริ่มเย็นลงแล้วค่ะ ^^”

     หรือผู้เลี้ยงอาจจะประเมินสภาพอากาศในขณะนั้นว่ามีสภาพอากาศที่ร้อนเกินไปหรือไม่ เหมาะกับการพาน้องหมาไปออกกำลังกายหรือเปล่า โดยผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงการพาน้องหมาไปวิ่งกลางแดด เพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงที่น้องหมาจะเป็นโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) แล้ว เท้าของน้องหมาก็อาจเกิดแผลพุพองที่เกิดจากการเดินบนพื้นปูนซีเมนต์ หรือเดินบนยางมะตอยร้อนๆ ตามสวนสาธารณะซึ่งจะร้อนกว่าฤดูอื่นๆ ด้วยนะคะ

     รวมถึงไม่ควรพาน้องหมาไปออกกำลังกายทันทีหลังจากกินอาหารเสร็จ เพราะว่าในท้องของน้องหมายังเต็มไปด้วยอาหาร ซึ่งอาจทำให้ระบบย่อยอาหารผิดปกติ หรืออาจเกิดโรคกระเพาะบิด ที่เกิดจากการสะสมของอาหารและแก๊ส ซึ่งจะทำให้กระเพาะกางขยายออกลักษณะคล้ายลูกโป่ง เมื่อเกิดการเคลื่อนตัวไปมาในช่องท้องจึงทำให้เกิดการบิดหมุน ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ เส้นเลือดอาจฉีดขาด เสียเลือด No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No No   และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ น้องหมากลุ่มเสี่ยง คือ น้องหมาพันธุ์ใหญ่ ที่มีช่องอกลึกและแคบ เช่น พันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ด เกรทเดน ดัลเมเชียน ฯลฯ และผู้เลี้ยงควรก็ให้น้องหมาทานน้ำเล็กน้อยก่อนและหลังออกกำลังกายเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย และป้องกันร่างกายสูญเสียน้ำค่ะ

      นอกจากผู้เลี้ยงจะดูเรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการพาน้องหมาไปออกกำลังกายแล้ว ผู้เลี้ยงก็ควรใส่ใจกับสิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อพาน้องหมาไปที่สาธารณะเพื่อความปลอดภัย และเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับน้องหมาของผู้เลี้ยง และน้องหมาของผู้เลี้ยงคนอื่นๆ ด้วยนะค่ะ ซึ่งข้อปฏิบัติในการนำสุนัขออกมาเดินในที่สาธารณะ มีดังนี้ค่ะ

** ข้อปฏิบัติในการนำสุนัขออกมาเดินในที่สาธารณะ ** 

     1.  สุนัขที่พาไปจะต้องไม่มีอาการป่วย ไม่อยู่ในอาการติดสัด หรือเป็นประจำเดือน และสุนัขควรได้รับการฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดโรคได้

     2.  สุนัขที่ดุ หรือ เจ้าของไม่สามารถควบคุมได้ไม่ควรพาออกไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

     3.  สุนัขควรอยู่ในสายจูงและอยู่ในสายตาเจ้าของตลอดเวลา ไม่ให้รบกวนผู้อื่น

     4.  เมื่อสุนัข อึ ฉี่ ในบริเวณใดๆ เจ้าของควรทำความสะอาดอย่างเร็วที่สุด

     5.  ไม่ควรนำสุนัขเข้าในบริเวณที่ไม่อนุญาต

** สิ่งที่จำเป็นที่ควรนำไปด้วยทุกครั้ง**

     1.  สายจูง , สายรัดอก

     2.  อุปกรณ์การทำความสะอาดในกรณีที่สุนัข อึ หรือฉี่

     3.  ชามน้ำหรือขวดน้ำแบบพกพา

เคล็ดลับการดูแลขนน้องหมาในหน้าร้อน 2

สุนัขขนยาวปานกลาง

     สำหรับน้องหมาที่มีขนยาวปานกลางอย่างน้องหมาสายพันธุ์โกลเดนรีทรีฟเวอร์ บางแก้ว  อาคิตะ คอร์กี้ พูเดิ้ล ชเนาเซอร์ ฯลฯ เป็นน้องหมาที่ไม่ต้องดูแลขนเป็นพิเศษเหมือนน้องหมาที่มีขนยาว เพียงแต่ต้องการการแปรงขนบ่อยๆ เพื่อให้ขนเก่าที่หมดอายุหลุดออกไป ทำให้ผิวหนังสามารถระบายอากาศได้ดีขึ้น และผิวหนังสดชื่นอยู่เสมอ การแปรงขนนอกจากจะช่วยนวดให้ต่อไขมันที่โคนขนขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นขนได้มากขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยขจัดรังแคและสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากผิวหนังด้วย ถ้าเป็นไปได้ควรแปรงขนให้เขาทุกวันนะคะ

     น้องหมาขนยาวปานกลางควรตัดขนบริเวณจุดที่สำคัญเช่นเดียวกับน้องหมาที่มีขนยาว คือ ขนบริเวณรอบดวงตา รอบปาก ขนใต้อุ้งเท้า รอบก้น ใต้ท้อง และผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงการพาน้องหมาที่เพิ่งตัดขนไปเจอแสงแดดจัด เพราะอาจทำให้น้องหมาเกิดภาวะผิวหนังอักเสบจากการถูกแดดเผาได้ค่ะ ซึ่งน้องหมาขนยาวปานกลางก็อาจเกิดโรคแผลพุพอง (Hot spot) ได้เช่นเดียวกับน้องหมาที่มีขนยาวค่ะ

     นอกจากนี้ผู้เลี้ยงต้องคอยสังเกต ตรวจดูลักษณะเส้นขนของน้องหมาอยู่เป็นประจำ ซึ่งการสังเกตดูด้วยสายตาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้เลี้ยงต้องจับน้องหมามาลูบๆ คลำๆ เพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติ และหากเจอเศษกิ่งไม้ ใบไม้ หรือปมเล็กๆ ก็ควรจัดการกับสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นทันที ไม่ควรปล่อยหรือละเลยปมเล็กๆ ที่เกิดขึ้น  He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He He  เพราะปมเล็กๆ เหล่านั้นจะก่อตัวเป็นสังกะตังในอนาคต ซึ่งจะทำให้ผิวหนังของน้องหมาเกิดอักเสบได้ค่ะ  ... น้องหมาที่มีขนยาวปานกลางมักพบปัญหาขนเป็นสังกะตังไม่แพ้น้องหมาขนยาวเลยค่ะ เพราะฉะนั้น ผู้เลี้ยงก็อย่าลืมดูแลน้องหมาอย่างใกล้ชิดกันด้วยนะคะ

สุนัขขนสั้น

     น้องหมาขนสั้นเป็นน้องหมาที่ดูแลขนง่ายกว่าน้องหมาที่มีขนยาว เพราะโดยปกติน้องหมาขนสั้นส่วนมากจะมีขนชั้นเดียว ลักษณะขนจะไม่หนา มีความโปร่งบาง และมักจะผลัดขนตามกระบวนการทางธรรมชาติคือ 2 ครั้งต่อปี ซึ่งการผลัดขนเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของน้องหมาค่ะ  ด้วยลักษณะขนที่มีความสั้น และบางของน้องหมาขนสั้น การดูแลขนจึงทำความสะอาดได้ง่าย และไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องโรคผิวหนังค่ะ

     สำหรับน้องหมาขนสั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษเหมือนน้องหมาขนยาว แต่ผู้เลี้ยงก็ควรหมั่นตรวจเช็คสภาพขน และผิวหนังของน้องหมาเป็นประจำ โดยเฉพาะในหน้าร้อนแบบนี้ ผู้เลี้ยงไม่ควรปล่อยให้น้องหมาขนสั้นนอนอาบแดด หรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานานๆ เพราะน้องหมาขนสั้นมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับน้องหมาขนสั้นที่มีผิวหนังสีอ่อน ขนสีอ่อน เช่น สีขาว หรือน้องหมาที่ไม่ค่อยมีขนบริเวณท้อง เช่น น้องหมาพันธุ์เกรย์ฮาวนด์ เกรทเดน บูลเทอร์เรีย เป็นต้น

     นอกจากนี้แสงแดดจัดยังเป็นตัวกระตุ้นทำให้สีขน และสีผิวในน้องหมาบางตัวเปลี่ยนได้ ขนและสีผิวของน้องหมาอาจจะเปลี่ยนจากสีเข้มเป็นสีอ่อนลง ซึ่งจะคล้ายๆ กับโรคด่างขาวของมนุษย์อย่างเราๆ นี่แหละค่ะ ซึ่งผู้เลี้ยงอาจปกป้องผิวหนังของน้องหมาให้ห่างไกลโรคมะเร็งผิวหนังได้ด้วยการทาครีมกันแดดสำหรับเด็ก หรือสูตรอ่อนโยนมาทาตรงจุดที่มีขนปกคลุมน้อย เช่น ขาพับ ใบหู หน้าท้อง ฯ ในวันที่มีแดดจัดมากๆ ก็ได้ค่ะ

     ในช่วงหน้าร้อนถือเป็นช่วงเวลาดีในการจับน้องหมาขนสั้นมาแปรงขน ผู้เลี้ยงหลายๆ คนอาจจะคิดว่าน้องหมาขนสั้นไม่ต้องแปรงขนก็ได้ แต่ในความเป็นจริงน้องหมาขนสั้นเขาก็ต้องได้รับการดูแล และแปรงขนเช่นเดียวกับน้องหมาที่มีขนยาวนะคะ การแปรงขนจะช่วยให้ขนเก่าหลุดออกไป ซึ่งเป็นการช่วยระบายความร้อนให้ผิวหนังสดชื่นขึ้นค่ะ รวมถึงการแปรงขนยังเป็นการช่วยนวดให้ต่อมไขมันที่โคนขนให้ขับน้ำมันออกมาเคลือบเส้นขน จะช่วยทำให้น้องหมาขนสั้นมีขนสวยเงางาม ผิวหนังมีสุขภาพดี และยังเป็นการขจัดรังแคสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากผิวหนังอีกด้วยค่ะ ^^”

     ส่วนในกรณีที่พบว่าน้องหมาเป็นโรคผิวหนัง เมื่อพาไปพบแพทย์ กินยา และใส่ยาตามที่คุณหมอสั่งแล้ว เราควรใส่เสื้อ หรือปลอกคอกันเลียให้น้องหมาเพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนที่มีอาการแพ้ อักเสบ หรือมีผื่นคัน สัมผัสกับความร้อน สิ่งสกปรกต่างๆ รวมไปถึงป้องกันน้องหมาเกาจนเกิดแผลติดเชื้อด้วยนะคะ

     และสำหรับน้องหมาขนสั้นที่ผิวหนังมีความย่น อย่าง อิงลิช บูลด็อก ชาเป่ย ฯลฯ ผู้เลี้ยงก็อย่าลืมหมั่นใช้ผ้าชุบน้ำ หรือสำลีชุบน้ำเช็ดร่องแก้ม  He He He He He He He He He He He He He He He He He Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi Hi  หรือรอยย่นที่ถูกพับไว้ด้านในของน้องหมาที่มีผิวหนังย่นทุกวัน หรือทุกครั้งหลังอาบน้ำเสร็จ เพราะบริเวณข้างแก้มจะมีคราบน้ำตา หรือบริเวณรอยพับจะอับชื้นได้ง่าย ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นตัว และเป็นสาเหตุการเกิดโรคผิวหนังได้ค่ะ

     ไม่ว่าน้องหมาจะมีขนสั้นหรือขนยาว การดูแลเรื่องขนก็เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ นะคะ นอกจากที่ผู้เลี้ยงจะดูแลเรื่องขนของน้องหมาที่ช่วยเรื่องการระบายความร้อนแล้ว ผู้เลี้ยงก็อาจจะหาวิธีอื่นๆ มาช่วยคลายร้อนให้กับน้องหมาอย่างการตั้งน้ำเย็นสะอาดไว้หลายๆ จุดเพื่อให้น้องหมาได้กินเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายไม่ให้สูงเกินไป หรืออาจจะจัดบ้านง่ายๆ เพื่อคลายร้อนให้น้องหมา กับบทความ จัดบ้านง่ายๆ เพื่อคลายร้อนให้น้องหมา... ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยคลายร้อนให้น้องหมาอีกทางหนึ่งด้วยค่ะ ^^”