Wednesday, July 1, 2015

โปรแกรมอาหารที่เหมาะสมของน้องหมาปั๊ก

สำหรับโปรแกรมอาหารที่เหมาะสมของน้องหมาปั๊ก ผู้เลี้ยงจะต้องให้อาหารเป็นเวลาที่แน่นอน เช่น ให้อาหาร 2 มื้อ ในเวลา 8.00 น. และ 18.00 น. เป็นประจำทุกวัน โดยให้ผู้เลี้ยงวางอาหารทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที หากน้องหมาไม่กินก็ให้หยิบออกทันทีเพื่อให้น้องหมาเรียนรู้การกินอาหารในเวลาที่แน่นอน การทำแบบนี้จะทำให้น้องหมารู้ตัวว่าถ้าไม่ทานอาหารในช่วงเวลาที่กำหนดก็จะไม่มีโอกาสได้ทานอาหารอีก ...  และไม่ควรวางอาหารทิ้งไว้ทั้งวัน หรือเติมอาหารไว้เต็มชามตลอดเวลา

เพราะจะส่งผลให้น้องหมามีพฤติกรรมการกินอาหารไม่เป็นเวลา อยากกินเมื่อไหร่ก็กินได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการทำงานผิดปกติของทางเดินอาหาร เช่น อาเจียนจากภาวะที่กรดในกระเพาะหลั่งออกมามากจนระคายเคืองทางเดินอาหาร  หรือกินตลอดเวลาจนเป็นโรคอ้วนที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูก ที่ต้องรับน้ำหนักมากขึ้นจนอาจเกิดการบาดเจ็บหรือฉีกขาดได้ และยังส่งผลทำให้เกิดการเจริญที่ผิดปกติของกระดูกและกล้ามเนื้อได้อีกด้วยค่ะ

     หลักสำคัญในการดูแลควบคุมโปรแกรมอาหารเพื่อไม่ให้น้องหมาปั๊กเกิดภาวะน้ำหนักเกินคือ ผู้เลี้ยงต้องมีระเบียบวินัย ทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ใจแข็งไม่โอนอ่อนต่อสายตาน้องหมาเวลาขออาหารเพราะน้องหมาปั๊กจะหิวอยู่ตลอดเวลา หากให้อาหารแบบตามใจจากเลี้ยงน้องหมาก็จะกลายเป็นได้เลี้ยงน้องหมูไว้ในบ้านแน่นอนค่ะ ยังไงก็ห้ามใจอ่อนเด็ดขาดนะคะ รับรองว่าปัญหาโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ที่อาจตามมาจะหมดไป และไม่ทำให้ผู้เลี้ยงเป็นกังวลอย่างแน่นอนค่ะ

     และถึงแม้ว่าน้องหมาปั๊กจะเป็นน้องหมาที่เรียกได้ว่า กินเก่ง กินจุ แต่ในบางครั้งก็พบว่า น้องหมาปั๊กบางตัวก็มีปัญหาเลือกกิน กินยากไปเสียดื้อ  ๆ ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจากน้องหมาเบื่อในกลิ่นและรสชาติอาหารแบบเดิม ๆ ซึ่งผู้เลี้ยงก็สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการ ค่อย ๆ เปลี่ยนสูตรอาหารที่มีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างออกไป โดยไม่ควรเปลี่ยนอาหารในทันที เพราะอาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารทำให้น้องหมาท้องเสียได้ ซึ่งการเปลี่ยนอาหารจะใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน

โดยเริ่มจากการผสมอาหารใหม่ 25% กับอาหารชนิดเดิม 75% หลังจาก 3-5 วัน จึงผสมอาหารเก่าและอาหารใหม่เป็นครึ่งต่อครึ่ง จากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนมาผสมอาหารใหม่ 75% กับอาหารเก่า 25%ในช่วงวันที่ 6-10 และวันต่อไปจึงเป็นอาหารใหม่ 100% ค่ะ ซึ่งการเปลี่ยนอาหารนี้จะใช้วิธีเดียวกับการเปลี่ยนอาหารให้ลูกสุนัข ซึ่งเพื่อนๆ ที่มีลูกสุนัขก็สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ วางแผนการให้อาหารลูกสุนัขมาใหม่อย่างถูกวิธี

     นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังต้องคอยสังเกตดูอุจจาระของน้องหมาว่า กินอาหารแล้วเป็นอย่างไร ทั้งลักษณะ กลิ่น สี แย่ลงมั้ย กินอาหารใหม่แล้วถ่ายยากขึ้นหรือถ่ายเหลวไหม กินอาหารแล้วน้องหมากินน้ำมากขึ้นหรือเปล่า และสุดท้ายที่ต้องใช้เวลาในการสังเกตกันสักหน่อยคือ La La La La La La Le Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Li Lo Lu Lu Lu Lu Lu Lu Lu Ma Ma Ma Ma Ma Ma Ma Ma Ma Ma Ma Ma Ma Ma Me Me Me Me Me Me Me Me Me Me Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi  การเจริญเติบโตและน้ำหนักตัวของน้องหมาเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อกินอาหารสูตรใหม่ในปริมาณเท่ากับสูตรเก่า เพื่อจะได้เปรียบเทียบว่าร่างกายน้องหมาสามารถเอาไปใช้ได้ดีแค่ไหนหรือเกิดการสะสมมากกว่าสูตรเก่าหรือเปล่า ถ้าจะให้ดีเราก็ควรปรึกษาสัตวแพทย์ในเรื่องของโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับน้องหมาแต่ละตัวด้วยก็จะดีมาก ๆ เลยนะคะ

ออกกำลังกายควบคู่การควบคุมอาหาร

     นอกจากเรื่องอาหารที่ผู้เลี้ยงต้องคอยควบคุมให้น้องหมาปั๊กอยู่เสมอแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ผู้เลี้ยงยังต้องหมั่นพาน้องหมาไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเผาผลาญพลังงาน แต่ทั้งนี้ ผู้เลี้ยงก็ควรระมัดระวังในเรื่องโปรแกรมการออกกำลังกายของน้องหมากันด้วยนะคะ เพราะว่า ปั๊ก เป็นจัดเป็นสุนัขพันธุ์หน้าสั้นที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ ผู้เลี้ยงจึงไม่ควรให้น้องหมาปั๊กออกกำลังกายหนัก ๆ และใช้เวลานาน โดยผู้เลี้ยงควรจัดตารางการออกกำลังกายให้น้องหมาปั๊ก โดยอาจจะขอคำปรึกษากับสัตวแพทย์เพื่อจัดตารางการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับน้อหมาแต่ละตัวจะดีที่สุด

     สำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับน้องหมาปั๊กควรเป็นการออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น พาไปเดินหรือวิ่งเล่นตามสวนสาธารณะ โดยใช้เพียงแค่ 10- 15 นาที แล้วพัก 5-10 นาที จากนั้นให้กลับมาออกกำลังกายใหม่ หรืออาจจะสังเกตดูจากอาการหอบของน้องหมาที่จะแสดงออกมาตอนเหนื่อยก็ได้ค่ะ อาจจะหากิจกรรมอื่น ๆ เช่น เล่นเกมส์ฝึกสมอง โยนลูกบอล ดึงเชือก เพื่อกระตุ้นให้น้องหมาได้ออกกำลังกายทั้งร่างกายและสมองที่จะช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ

    ... เกร็ดเล็ก ๆ ที่ไม่ควรลืมคือ ผู้เลี้ยงควรให้น้ำน้องหมากินก่อนและหลังออกกำลังกายเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ และป้องกันไม่ให้น้องหมาเป็นโรคลมแดด (Heat Stroke) ที่จะเกิดขึ้นได้เมื่อเขารู้สึกร้อนจัดกันด้วยนะคะ

     น้องหมาปั๊กเป็นน้องหมาที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเปลี่ยนโรคอ้วนได้ง่าย ซึ่งเราต้องคอยควบคุมปริมาณอาหารให้น้องหมา และมีการจัดการโภชนาการอาหารที่เหมาะสม รวมไปถึงผู้เลี้ยงเองต้องมีระเบียบวินัยในการให้อาหารน้องหมา Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mi Mo Mo Mo Mo Mo Mo Mo Mo Mo Mo Mu Na Na Na Ne Ne Ne Ne Ne Ne Ne Ne Ne Ne Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni Ni  รวมถึงหมั่นพาเขาไปออกกำลังกายและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่น้องหมาแสนรักของเราจะได้มีสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ และจะได้อยู่กับเราไปได้อีกนานๆ เลยยังไงล่ะค่ะ ... สำหรับสัปดาห์หน้า เราก็จะยังมีบทความเกี่ยวกับน้องหมาปั๊กกันอยู่ ใครที่น้องหมามีปัญหาเรื่องผิวหนังและขนก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ

สำหรับเมนูอาหารปรุงสุกง่าย ๆ ที่เหมาะกับน้องหมาปั๊กก็ควรเป็นอาหารที่มีไขมันน้อยจำพวก ปลา และผักที่มีกากใยสูง เช่น แครอท บร็อคโครี กระหล่ำปี ผักกาดขาว ฯลฯ โดยวันนี้ปังปอนด์ก็มีเมนูตัวอย่าง 1 เมนูง่าย ๆ มาฝากเพื่อน ๆ กับเมนู “ปลาทูนึ่งสารพัดผัก”

ส่วนผสม

ปลาทู 1 ตัว  (55 กิโลแคลอรี่)
แครอท 1/3 หัว ( 10 กิโลแคลอรี่)
ข้าวโพด 30 กรัม ( 17 กิโลแคลอรี่)
มันฝรั่ง ? หัว (42 กิโลแคลอรี่)
บร็อคโคลี่ 50 กรัม (16.5 กิโลแคลอรี่)

วิธีทำ

     ล้างปลาทูให้สะอาดจากนั้นนำไปนึ่งในหม้อนึ่งปรมาณ 15 นาที หรือจนกว่าปลาทูจะสุกจากนั้นนำปลาทูออกมาพักไว้จนเย็น หั่นผักต่าง ๆ เป็นชิ้นเล็ก ๆ เท่าลูกเต๋า นำไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 3 นาที จากนั้นแกะเนื้อปลาทูใส่ถ้วยพร้อมกับนำผักทั้งหมดที่ต้มเสร็จแล้ว คลุกเคล้าให้เข้ากันเพื่อเพิ่มความน่ากิน เป็นอันเสร็จพร้อมเสิร์ฟให้เจ้าปั๊กตัวแสบจ้า ... สำหรับการปรุงจะเห็นว่าเราจะไม่ใส่เครื่องปรุงต่าง ๆ ลงไป เพราะรสชาติสำหรับน้องหมาไม่สำคัญเท่ากลิ่น ซึ่งกลิ่นช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีกว่า การใส่สารปรุงรสจึงไม่มีความจำเป็นเลยล่ะค่ะ (อ่านเพื่มเติมบทความ ปรุงอาหารให้น้องหมาง่ายๆ แบบมืออาชีพ)

No comments:

Post a Comment