Wednesday, July 1, 2015

แก้ปัญหากลิ่นปาก...ด้วยโยเกิร์ต

ถ้าพูดถึงโยเกิร์ตคงจะไม่มีใครหรอกค่ะที่ไม่รู้จัก เรารู้จักโยเกิร์ตในตระกูลของนมเปรี้ยวประโยชน์ที่หลากหลาย คนนั้นรู้จัก และเป็นแรงจูงใจให้ทานโดยเฉพาะสาวๆ นั้นก็คือช่วยลดความอ้วนนั่นเองค่ะ แต่ถ้าลองมองดีๆ แล้วรู้หรือไม่ค่ะว่าโยเกิร์ตนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่จะช่วยลดความอ้วนสะอีก เรากำลังจะบอกคุณว่าโยเกิร์ตนั้นสามารถช่วย แก้ปัญหากลิ่นปาก ได้ค่ะ กลิ่นปากนี้เป็นปัญหาที่รุนแรงและทำร้ายความมั่นใจของสาวๆ ได้ ไม่ใช่แค่สาวๆ หรอกค่ะใครที่มีความกังวลและเคยเฟลวกับปัญหานี้จะรู้ได้ทันทีเลยค่ะว่าปัญหานี้พาเครียดขนาดไหน แต่จะไห้มาแปรงฟันตลอดก็ใช่เรื่องจริงไหมหล่ะค่ะ แต่ต่อไปนี้ปัญหานี้เราสามารถแก้ปัญหากลิ่นปากได้ง่ายๆ แล้วค่ะ เพียงแค่ซื้อโยเกิร์ตมาติดบ้านไว้เท่านั้นเอง แต่ตอนนี้สาวๆ คงอยากจะรู้รายละเอียดของวิธีการแก้ปัญหากลิ่นปากนี้แล้วใช่ไหมหล่ะค่ะ งั้นถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปดูข้อมูลของวิธีแก้ปัญหากลิ่นปากด้วยโยเกิร์ตกันเลยค่ะ

แก้ปัญหากลิ่นปาก ง่ายๆ

คุณ เคนอิชิ โฮโจ และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสึรูมิ ในเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการวิจัยพบว่า แบคทีเรียที่อยู่ในโยเกิร์ต โดยเฉพาะแบคทีเรียชนิด Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus bulgaricus อาจมีผลต่อแบคทีเรียที่ เป็นเหตุให้เกิดกลิ่นเหม็นในปากได้ จากการทดลองพบว่า การกินโยเกิร์ตเป็นประจำทุกวัน วันละ 6 ออนซ์ (ประมาณ 1 ถ้วย) จะช่วยลดปริมาณสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในปาก อย่างเช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ นอกจากนี้ ผู้ที่ชอบกินโยเกิร์ตนั้น มักจะมีปริมาณคราบแบคทีเรียบนผิวฟัน (plaque) และอาการของโรคเหงือกอักเสบน้อยกว่าคนทั่วไป

โกโก้! เครื่องเสริมสุขภาพ

จริงอย่างที่รู้เลยค่ะว่าการกินนั้นเป็นตัวช่วยในการดูแลและบำรุงสุขภาพของเราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือว่าเครื่องดื่ม ถ้ารู้จักเลือกรู้จักทาน คุณจะมีสุขภาพที่ดีได้อย่างแน่นอค่ะ แล้ววันนี้นะค่ะ วันนี้เราก็มี เครื่องเสริมสุขภาพ มาแนะนำให้ได้รู้กันอีกค่ะ อยากจะรู้แล้วหล่ะสิค่ะว่า เครื่องเสริมสุขภาพ ที่เราได้นำมาฝากนี้คืออะไร ต้องบอกก่อนเลยว่า เครื่องเสริมสุขภาพนี้เป็นเครื่องดื่มที่หลายๆ คนนั้นรู้จักกันดี แต่แค่ไม่คิดว่าจะกลายมาเป็นเครื่องเสริมสุขภาพนั้นเองค่ะ เครื่องดื่มที่ว่านั้นก็คือ โกโก้นั้นเองจร้า ถึงกับ งง เลยหล่ะสิค่ะว่าทำไม Pi Pi Pi Pi Pi Pi Pi Pi Pi Pi Pi Pl Po Po Po Po Po Pr Pr Pr Pr Ps Qu Qu Qu Qu Qu Qu Qu Qu Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Ra Re Ri Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro Ro   เครื่องเสริมสุขภาพ ถึงต้องเป็นโกโก้ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันค่ะ พร้อมที่จะรู้รายละเอียดของ เครื่องเสริมสุขภาพ นี้กันแล้วใช่ไหมหล่ะค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปดูกันเลยว่าว่าทำไมโกโก้นั้นถึงกลายเป็น เครื่องเสริมสุขภาพ ไปได้

เครื่องเสริมเพื่อสุขภาพ

แนะนำ เครื่องเสริมเพื่อสุขภาพ


นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาศึกษาพบว่า โกโก้ร้อน 1 ถ้วยนั้นอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มากกว่าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีเช่น ชา หรือ ไวน์แดง ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลการศึกษาหลายชิ้นได้เน้นถึงคุณสมบัติในการเสริมสร้างสุขภาพทีพบใน ชา ไวน์แดง และโกโก้ โดยมีงานวิจัยในจีน ตีพิมพ์เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วพบว่า คนที่ดื่มน้ำชาเป็นประจำนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มกว่าครึ่งหนึ่ง

ปีที่แล้ว นักวิจัยในฝรั่งเศสรายงานว่า ดื่มไวน์แดงวันละแก้ว อาจช่วยลดโอกาสความเสี่ยงของโรคหัวใจ และในปี 1998 ได้มีการศึกษากับคนอเมริกันกว่า 8,000 คนพบว่าช็อกโกแลต ซึ่งผลิตมาจากโกโก้ นั้นอาจช่วยให้อายุยืนขึ้น เนื่องจากอุดมไปด้วย โพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยกวาดล้างของเสียที่ผลิตจากร่างกาย โดยของเสียเหล่านั้นมีส่วนทำลายเซลล์ และก่อให้เกิดมะเร็งได้

ในการศึกษาล่าสุดนี้ ดร. ชาง ยง ลี และคณะ จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ในนิวยอร์ก ได้ทำการทดสอบโดยวัดระดับสารต่อต้านอนุมูลอิสระใน ชา ไวน์แดง และโกโก้ พบว่าโกโก้ถ้วยหนึ่งนั้นมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์มากที่สุด โดยมีมากกว่า ไวน์แดง 1 แก้วถึง 2 เท่า มากกว่าชาเขียว 1 ถ้วยถึง 3 เท่า และมากกว่าชาดำถึง 5 เท่าเลยทีเดียว

แม้ว่าโกโก้จะถูกนำไปทำเป็นอาหารหลายอย่างรวมทั้ง ช็อกโกแลต แต่นักวิจัยเผยว่าทางที่ดีที่สุดที่จะได้รับคุณค่าสารอาหารอย่างเต็มที่ ก็คือการดื่มโกโก้ โดยตรง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าในช็อกโกแลต 1 แท่งอุดมไปด้วยไขมัน โดยช็อกโกแลตแท่ง ขนาด 40 กรัมนั้นมีไขมันมากถึง 8 กรัม ขณะที่โกโก้ร้อน 1 ถ้วยมีไขมันเพียงแค่ประมาณ 0.3 กรัมเท่านั้น

“แม้เรารู้ว่าสารต่อต้านอนุมูลอิสระนั้นดีต่อสุขภาพของเรามาก แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าในแต่ละวัน เราต้องการสารนี้กันจำนวนเท่าใด” ดร. ลี กล่าว “แต่กระนั้น โกโก้ร้อน ถ้วยหรือ สองถ้วย ก็ช่วยในด้านของความอร่อย ดื่มแล้วก็ทำให้รู้สึกอุ่น และช่วยเสริมสร้างสุขภาพจากสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ได้รับอีกด้วย”

กินรังนก "ป้องกันโรคหวัด" ได้จริงหรือไม่

หวัดเป็นอีกหนึ่งโรคที่เราทุกคนเป็นกันอยู่ๆ บ่อยๆ เรียกว่าเป็นโรคเพื่อนบ้านเลยก็ว่าได้ค่ะ แล้วยิ่งช่วงนี้ขอบอกเลยว่าอากาศบ้านเราเดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดอก อากาสไม่ค่อยมั่นคงแบบนี้ร่างการของเราปรับสภาพไม่ทันแน่นอนค่ะ ปัญหาโรคหวัดนี้มาเยี่ยมแน่นอน โถ่วว....การเป็นหวัดนี้หายยากนะค่ะใครๆ ก็รู้ แล้วพอจะมีวิธี ป้องกันโรคหวัด หรือไม่ค่ะเนี๊ย บางคนเป็นหวัดบ่อย แต่ก็ไม่อยากที่จะไปหาหมอ วันนี้ทาง N3K มีเกร็ดน่ารู้ดีๆ เกี่ยวกับการกินรังนกมาฝากค่ะ Ro Ro Ru Ru Ru Ru Ru Rv Rv Sa Sa Sa Sa Sa Se Se Se Se Se Se Se Sk Sm So So So So So So So So So So Sp Sp Sp Sp Sp Sp Sp Sp Sp Sp Sp Sp Sp Sp Sp St St St St St St St St Su Su T2 T2 Ta Ta Ta Ta Te Te Te Te Te Te Te Te Te Te Te Te Te Te  อะแล้วมันเกี่ยวอะไรกับหวัด สงสัยใช่ไหมหล่ะค่ะ เพราะเขาว่ากันว่า กินรังนก "ป้องกันโรคหวัด" ได้ แต่เรื่องนี้จะจริงหรือไม่ เอาเป็นว่าตอนนี้สาวๆ หรือใครที่กำลังหาวิธี ป้องกันโรคหวัด อยู่หล่ะก็เรารองไปดู ทริปน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพวันนี้ ลองไปศึกษาให้ละเอียดดูนะค่ะว่าจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร เรามีข้อมูลมาฝากอย่างละเอียดแล้วค่ะ

ป้องกันโรคหวัด

น่ารู้เรื่อง! กินรังนก "ป้องกันโรคหวัด"


อากาศกำลังเปลี่ยนจากฤดูฝนไปสู่ต้นฤดูหนาว อากาศอย่างนี้หลายๆ คนปรับตัวไม่ทัน จึงพบเห็นคนป่วยเป็นโรคไข้หวัดกัน นอกจากการทำร่างกายให้อบอุ่นเพื่อป้องกันไข้หวัดแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่สำคัญมากก็คือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้โปรตีนและวิตามินต่อร่างกายเพื่อป้องกันไข้หวัด

นอกจากผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีแล้ว ทราบหรือไม่ว่า “รังนก” ก็เป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่มีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้เป็นอย่างดี นั่นเพราะในรังนกมีองค์ประกอบหลักคือ ไกลโคโปรตีน ซึ่งจะไปจับเชื้อไวรัสและยับยั้งการเกิด hemagglutination ซึ่งตัวนี้จะเป็นตัวเพิ่มจำนวนของไวรัส จึงทำให้จำนวนไวรัสไม่เพิ่มจำนวนและแพร่กระจายตัวมากขึ้น นอกจากนี้ ไกลโคโปรตีน ที่มีอยู่ในรังนกยังช่วยเพิ่มการทำงานของเซลเม็ดเลือดขาวที่ชื่อ Monocyte ซึ่งปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นการรับประทานรังนกจึงป้องกันไข้หวัดได้

No comments:

Post a Comment